WACHAREE's profileNoIsY NoYPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    August 31

    หน้าเริ่มมีรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร

    การมาเรียนโรงเรียนหุบเขานี่ สร้างความแก่ชราให้กับตัวเอง พอสมควร เพราะเดี๊ยนแสลนเอง ไม่เช็กโปรแกรมการเรียนให้ดีก่อน ถึงได้รู้ว่าเทอมนี้กูต้องเรียน เก้าวิชาเลยเหรอนี่ โอ้วแม่เจ้า เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน เรียนอะไรกันนักหนา ตอนแรก นึกว่าเรียนโท แล้วจะชิวๆๆมีเวลาว่าง ไปโน่นไปนี่ สรุปว่า การเรียนสัปดาห์ละสี่วันนี่ หนัก เชี่ยๆๆ คือที่นี่มันแบ่งเป็นสองเทอมเล็กในหนึ่งเทอมใหญ่ เรียนเทอมเล็กเจ็ดสัปดาห์ แล้วพักหนึ่งสัปดาห์ (อย่าเรียกว่าพักเลย สรุปว่ามันให้เราไปทำห่าอะไรสักอย่างช่วงนั้นด้วยอ่ะ) แล้วเรียนเทอมเล็กครั้งละห้าวิชา ซึ่งถือว่าหนักเชี่ยๆ เพราะว่ากูต้องปั่นรายงานแบบไม่หนาแต่ต้องหาข้อมูลแน่นปึ๊ก ด้วยภาษาที่ไม่แข็งแรงเพียงพอของกรูเอง ทำให้เวลาอยู่ในห้องพวก หัวทองก็แย่งกันตอบ อย่างกะไม่เคยพูดกันมาก่อน ยิ่งสร้างความกดดันให้หัวดำอย่างแรง บทเรียนที่เค้าสอนไม่ได้ยากไปกว่าเรียนป.ตรีเลยนะ แต่การมีส่วนร่วมในห้องนี่ กูตกแน่ๆๆ แย่งมันพูดไม่ทัน เมื่อวานเซ็งจัดเลยโทรไปปรึกษาพี่บิ๊ก (รุ่นพี่ที่นี่$) พี่บิ๊กถามว่ากี่เปอร์เซนต์คะแนนมีส่วนร่วมพอเราบอกไปพี่บิ๊กบอกช่างมันเหอะ ฮ่าๆๆๆ พี่บิ๊กบอกพี่ก้ไม่ได้มีส่วนร่วมกะเค้าเลย ตอนมาใหม่ๆ ตอนแรกว่าจะสอบให้ได้คะแนนดีๆสักหน่อย แต่ตอนนี้กูเปลี่ยนความคิด เนื่องมาจากให้นิวเพื่อนร๊าก มันบอกว่า แม่งมาเรียนมึงจะเอาอะไรนักหนา ทำชีวิตให้มีหรรษาร่าเริงสมกับความเปรตที่มึงมีหน่อย เลยเริ่มรู้สึกตัวแร่ะ ว่าชั้นเครียดกะชีวิตไปจริงๆด้วยแหละ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จากนี้ไป หนุกแน่ๆๆ แล้วค่อยมาเมาท์ใหม่ เด๋วมีสอบอีก ยังไม่ได้เปิดคลาสเลย คาบแรก ให้กูสอบแล้ว อ่านเกือบทั้งเล่ม (หาใช่จะรู้เรื่องไม่ ศัพท์เทคนิคทั้งนั้น)
    August 24

    วันนี้จะไปค่ายว่ะ

    นี่นึกอยู่ตลอดเวลาว่า จากการจบมาจากโรงเรียนธิดานุเคราะห์ กูได้ลาขาดจากการเข้าค่ายสักที แต่นี่อะไรว่ะ กูมาอยู่โรงเรียนหุบเขาแล้ว ยังให้กูไปเข้าค่ายบนเขาอีก โอ้ว แม่เจ้า แต่อาจจะน่าสนุกก็ได้ว่ะ (เพื่อนกูบอกว่าแล้วแต่ดวงว่ะ ว่าใครจะซวยได้ที่พักห่วยแตก หรือใครจะดวงดี ได้ที่พักอย่างหรู) แล้วกูก็เริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองแร่ะ ว่าดวงเคยดีกะชาวบ้านซะที่ไหน ขอฟันธงเลยว่ากูได้ห้องห่วยแน่ๆ

     

    ช่วงนี้จิตตกมาก เพราะมีคนมาทักว่าให้ทำบุญทำทานบ้าง เพราะเบญจเพสแล้ว ซึ่งอยู่ในหุบเขา ทำให้ไม่สะดวกในการไปทำบุญ เลยใช้วิธีสวดมนต์เอา(หลังจากไม่ได้สวดมาตั้งแต่ขึ้นม.หนึ่ง) ก็คิดแค่ว่าถ้าเราไม่ได้คิดร้ายกับคนอื่นก็น่าจะช่วยให้ใจเราสบายแค่นั้นก็น่าจะดีขึ้นนะ

     

    ช่วงนี้คุยกะพี่ฟอร์ดบ่อยมาก จากที่บ่อยอยู่แล้ว ถี่ขึ้นไปอีก (หรือว่าเพราะกูเซ็งจัดด้วยมั้ง) เลยได้คุยกะอี๊ด้วย(แม่พี่ฟอร์ด) ก็ดีนะ คุยกะคนที่ผ่านอะไรกะชีวิตมาเยอะ ก็ได้มองอีกหลายๆมุมดีนะ แล้วพี่แกเลยสอนทำกับข้าวไปในตัว เพราะคุณวัชก็ทำกับข้าวเป็นกะเค้าที่ไหนล่ะ ทำได้นะ แต่รสชาติไม่ได้เรื่องอย่างแรง อี๊เลยสอนวิธีการปรุงรสอ่ะ   อันนี้อาจจะเป็นที่รสมือจริงๆนะ ทั้งๆที่ทำตามที่บอกเด๊ะ แต่ไม่ยักกะอร่อย สักพักคงชินในรสมือตัวเองแน่ๆ แหะๆๆๆๆ วันนี้มาบ่นแค่นี้ก่อน ไว้กลับจากค่ายบนเขาจะมาเล่าเพิ่มว่ามีไรเด็ดๆเกิดขึ้นบ้าง

     

     

    August 16

    LiVE & LeARN

    เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน
    จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียม.....หัวใจ
    ความสุขความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่
    จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน
    เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามา ก็มีเลิกไป
    มีสุขสม มีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน
    อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน เติมความคิดสติเราให้ทัน
    อยู่กะสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด
    สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์ คงตามมาอีกไม่ไกล
    จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไว้ ฮื๊อ ฮือ+++++
     
     
    .........สิ่งที่คนเราชอบมองที่สุด คือมองว่าปัญหาที่ตัวเองเผชิญเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในโลกใบนี้แล้ว แต่น้อยคนนักที่จะมองในมุมกลับกันว่า คนรอบข้างเราหรือคนที่เราไม่รู้จัก เค้ามีปัญหาหนักกว่าเรามากแค่ไหน ตอนฟังและรู้จักเพลงนี้ครั้งแรก เพราะนังตู่นี่แหละที่บอกมาว่าเพราะมาก ฟังแล้วได้อะไรเยอะจากน้ำเสียงคนร้อง (ป้ากมลา) จากที่เคยดูสัมภาษณ์แกบอกว่าที่แกร้องเพลงนี้ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะแกผ่านอะไรในชีวิตมาเยอะ จนแกรู้ว่าทุกอย่างมีทางออก เพียงแต่มีสติ กับทุกสิ่งที่เราทำ เราก็คิดต่อยอดว่าเราเองแต่ละคนก็แค่มนุษย์ตัวเล็กๆนิดเดียวจะมีอะไรกันนักหนากะชีวิต เราอาจจะเคยทำผิดพลาดในชีวิตไปบ้างหลายๆอย่าง หรืออาจจะผ่านช่วงเวลาวิกฤตมาเยอะแยะมากมาย แต่นั่นคืออะไรล่ะ คือบทเรียนของชีวิตที่เราต้องเรียนรู้มันไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันจบ เพราะชีวิตคือชีวิตนี่เอง ไม่มีวันเรียนจบหรอก แต่เราจะให้แก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดไปมันคงทำไม่ได้ ถ้าสิ่งนั้นมันผ่านมาแล้ว ทำได้แค่ยอมรับกะสิ่งที่เกิดขึ้น และจะไม่ทำให้เกิดขึ้นอีก ..............
    August 05

    แดนซ์กระจายด้วยความเมา

    เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวานเป็นคืนวันศุกร์ คุณวัชแอนด์เดอะแก๊งค์ และเพื่อนร่วมคลาสได้ไปแดนซ์กระจายกันมา ตามคำแนะนำของเพื่อนปิ๋มนั่นเอง เราไปกันประมาณเกินยี่สิบคน โดยประมาณ มีเด็กนอกสังกัดคือพี่นิวกะเจ้าแนตตี้ (ผู้ชาย) เด็ก เอสซีไปกะเราด้วย แบบโดนบังคับไปแบบไม่ค่อยเต็มใจด้วยน้ำเสียงอำมหิตของข้าพเจ้าเอง พี่นิวบอกว่าที่ไม่อยากไปเพราะกลัวว่าไปแล้วต้องกลับตอนเลิกทุกที เพราะติดพัน พอก้าวเข้าไปแรกๆ ทุกคนยังเกร็งๆไม่กล้าเต้นแดนซ์กันมากนะ และรอๆเพื่อนนานาชาติรวมญาติทั้งหลายมากันก่อน พอกลุ่มเราเริ่มใหญ่ขึ้น แอลกอฮลล์เข้าปากมากขึ้น ท่าทางเราก็พลิ้วไหวกันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะยัยขวัญ น้องนุชสุดท้องประจำกลุ่มนี่เอง น้องขวัญคนสวยของเราเริ่มกรึ่มๆจนเกือบเมาเธอก็แดนซ์ได้ใจทุกคนไปครองและดิฮั้นก็ต้องแดนซ์จนฟลอร์จะพังไปด้วย เพราะต้องคอยเป็นดูว่าชีโอเครึป่าว  และหลังจากนั้นชั้นก็เริ่มที่จะเมา  เต้นจนเพื่อนคงงงว่าอีบ้านี่ มันตายอดตายอยากหรือว่าเก็บกดอะไรมารึป่าว ก็คนเพิ่งได้ออกจากดอยมานี่หว่า เลยต้องใช้ชิวิตให้คุ้นก่อน แลสักพักใหญ่ๆเริ่มที่จะส่างเหงื่อไหลไคลย้อยกัน แล้วก็บาร์ใกล้เลิก จึงแยกย้ายกัน กลับบ้าน และก่อนกลับก็โรคจิตเหมือนเดิม เมาแล้วอันธพาลปากเสียเหมือนเดิมเด๊ะแถมมีอารมณ์ประสาทหน้างอเหมือนเดิม จนไอปิ๋มงง ถามว่าเจ๊เป็นไรว่ะ โกรธไรชั้นป่าวนี่อ่ะ ฮ่าๆๆๆ อ้อ อีกเรื่องที่ต้องเมาท์คือ ตอนนี้ชั้นตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะลดน้ำหนักด้วย เพราะพอมีคนมาเห็นรูปทุกคนบอกว่า วัชเอ๊ยยยย ทำไมอ้วนเอี้ยแบบนี้ แต่ก่อนมึงสลิมกว่านี้มากเลยนะ ลดน้ำหนักซะเถิด หน้ามันบานจนจะเต็มกล้องอยู่แล้วเวลาถ่ายรูปกะเพื่อนๆ พี่นิวเลยบอกว่าภายในสามเดือน ถ้าลดน้ำหนักได้เหลือ ห้าสิบห้า จะพาไปกินอะไรก็ได้ที่เราอยากกิน โฮะๆๆๆ โกลกูจะสำเร็จป่าวว่ะ$ แต่คิดว่าน่าจะได้กินข้าวฟรีแน่ๆๆ เหอๆๆๆ
     
    August 02

    ชั้นมาทำอะไรที่นี่

    นี่คือหัวข้อหลักๆ ของคนเราเวลาเปลี่ยนที่เปลี่ยนทางว่า กรูมาทำอะไรที่นี่นี่อ่ะ สรุปคือมาเรียนไงนังโง่ ไม่น่าถามเล้ย เหอๆๆๆๆๆ ชั้นรู้สึกนิดๆว่าการมาอยู่บนภูเขานี่อ่ะ ทำให้ได้อะไรรสชาติไปอีกแบบ คือการทำใจที่จะอยู่หรือง่ายๆก็คล้ายกับการลาบวชนี่เอง เพราะทุกอย่างช่างห่างไกลและถูกตัดออกจากโลกภายนอกจริงๆ เหมือนกะที่เพือนชั้นบอกว่าอยู่นี่ไม่มีรถใช้ก็หมือนยูไม่มีขา เพราะระบบขนส่งช่างแย่ซะเนี่ยกะไร รสชัติเติ้ลมาชาติละคัน วันๆก็เจอกันถามแค่ว่า ทานข้าวยัง แล้วก้ยิ้ม แล้วก็ถามต่อว่าซื้อหนังสือที่อาจารย์ให้หายัง ทำให้ชั้นฉุกคิดเหมือนกะว่าการมาเรียนครั้งนี้เหมือนกะการมาเพิ่มประสบการณ์ความรู้ให้สมองแต่มาลดการเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตรึป่าว หลายคนอาจจะมองว่า นี่คือการไร้สาระรึป่าวนี่อ่ะ แต่จริงๆมันอาจจะเป็นอีกมุมก็ได้นะ ลองคิดกันเองละกันนะ ไม่ขยายความต่อ มาอยู่ได้เกือบหนึ่งอาทิตย์ อาหารหลักก็จะเป็นอะไรก้ได้ที่ง่าย ไม่ต้องอร่อยแค่ประทังไม่ให้กระเพาะมันต่อว่า เพราะว่าถ้าจะกินไรในยูนี่อ่ะ คงต้องรออีกสามอาทิตย์ เนื่องจาก เค้าปิดกันหมด เพราะฉนั้นเวลาที่คุณได้มีโอกาสลงจากเขา กรุณาไปหาอะไรที่ชอบรับประทานและซื้อมาตุนให้ได้มากที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นการเดินลงเขาอาจจะทำให้คุณได้คิดอีกอย่างว่า กูอยู่ข้างบนก็ดีอยู่แล้ว จะถ่อสังขารเดินลงมาทำไมนี่อ่ะ เพราะขาขึ้นมันเหนื่อยมากนะจ๊ะ เจ๊คอร์นเฟอร์ม วันนี้ได้ตั้งต้นเดินไปเรียน ขอบอกว่าเหมือนได้ไปวิ่งลู่วิ่งมาหนึ่งชั่วโมง เพราะเป้นการเดินขึ้นดอย แต่ดีนะ รู้สึกว่าอากาศข้างบนมันสดชื่นกว่าข้างล่าง ได้สูดหายใจเต็มปอด ทำให้คิดได้ว่า ถ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ จะมีโอกาสทำอะไรแบบนี้มั้ยน๊อ ก็คุ้มนะการลองอะไรใหม่ๆ พอเลิกเรียนเลยบอกเจ้าปิ๋มว่ะ เจ๊ไม่ไหวแล้ว เป็นคนดีมาสักระยะแล้ว มาตีไพ่กะกูหน่อยเหอะ เลยค่อยได้รสชาติชีวิตกับมาเพิ่มเติม แต่ตอนนี้เริ่มง่วงแล้ว ต้องขออนุญาติจบฉบับนี้แค่นี้นะค่ะท่านผู้อ่าน อย่าลืมคอมเมนต์กันมั่งล่ะ